|
เหล็ก เป็นวํสดุก่อสร้างที่สำคัญ มาก อย่างหนึ่ง ซี่งโดยทั่วไป อาจคิดว่าเป็นหน้าที่ของช่างและวิศวกร แต่บทความโดย คลังเหล็กไทย จะอธิบายโดยย่อถึงพื้นฐานทั่วไป ไมใช้คำศัพท์ภาษาเทคนิกมากเกินไป เน้นให้บุคคลทั๋วไป เข้าใจง่าย เพื่อเข้าสู่ระดับสูงพัฒนาต่อไป
ชื่อเหล็กคำเรียก ภาษาเทคนิกที่นิยมใช้เรียกเหล็ก
สูตรหาน้ำหนักเหล็กทุกขนาด
| สูตรหาน้ำหนักเหล็ก | |
| |
วิธีการเลือกใช้ลวดเชื่อมในงานเหล็กโครงสร้าง
คุณสมบัติทางกลโดยทั่วไปของเนื้อโลหะเชื่อม
| วิธีเลือกใช้ลวดเชื่อมเหล็ก | ||||
วิธีการเลือกใช้ลวดเชื่อมในงานเหล็กโครงสร้างขนาดกลาง -ข้อสังเกตุมีดังนี้ จะต้องทนต่อความชื้นได้บ้าง สังเกตุได้ง่ายถ้าโดนน้ำหรือชื้นแล้วน้ำยาหุ้มลวดไม่หลุดล่อนง่าย จนเป็นเนื้อลวดล้วน ซึ่งบางยี่ห้อทนไม่ได้เลย หลังจากชื้นแล้วสามารถเอามาอบใช้ได้อีก คือสามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน ต้องมีควันน้อย และสำคัญมี ตรามอก.49-2528ไทย รับรองมาตรฐาน( JIS D4313,AWS A5.1 E6013,TIS E43 OR11ของต่างประเทศ) ราคา ต้องไม่สูงเกินไปโดยเฉลี่ยอยู่ที่กิโลละ 48 บาท (ปี2552) ทำให้สามารถใช้เชื่อมได้ดีมากในท่าตั้ง-ลากลง ผิวรอยเชื่อมได้มีความเรียบสวยงามเป็นมันวาว เวลาหยุดเชื่อมแล้วลวดเชื่อมยืดและหดตัวได้ไม่เกิน 10 %ในขณะ ลวดร้อน ให้การอาร์ดนิ่งเรียบไม่สะดุด สะเก็ดไฟน้อย แสล็กของเหล็กร่อนหลุดได้ง่าย หลังจากเชื่อมแล้วไม่พบรอยแตก เชื่อมเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเชื่อมงานโครงสร้างขนาดเล็กและขนาด กลาง 1.) ไม่ควรใช้กระแสไฟเชื่อมสูงเกินกว่าที่ช่วงแนะนำ (ดังกล่าวในตารางข้างล่างหรือติดอยู่ข้างกล่องลวดเชื่อม)เนื่องจากกระแสไฟ เชื่อมไม่ถูกต้องเพียงพอแต่จะทำให้ความสามารถในการตรวจสอบเอ็กซ์เรย์ลดลง แล้ว ยังทำให้เกิดสะเก็ดไฟ เชื่อมมากเกิดรอยกัดขอบ และการปกคลุมของเหล็กไม่ดีพอ ความแข็งแรงจะลดลง 2.) เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ควรอบลวดเชื่อมก่อนการใช้งานที่อุณหภูมิ 70-100C เป็น เวลา 30-60 นาที การที่ลวดเชื่อมดูดซับมากเกินไปจะทำให้คุณสมบัติในการใช้งานของลวดเชื่อมต่ำลง และอาจทำให้เกิดฟองอากาศขึ้นในรอยเชื่อม 3.) ช่างที่ทำการเชื่อมควรมีทักษะในการเชื่อมหรือควรอบรมเพื่อเติม โดยผู้ชำนาญการงานเฉพาะประเภทนั้น ส่วนผสมทางเคมีโดยทั่วไปของเนื้อโลหะเชื่อม(%) | ||||
Si | Mn | P | S | |
0.09 | 0.28 | 0.39 | 0.011 | 0.014 |
0.08-0.09 | 0.28-0.30 | 0.37-0.39 | 0.011-0.012 | 0.010-0.014 |
YP N/mm2(Kg/mm2) | TS N/mm2(Kg/mm2) | EI % |
over 440 (45) | Over 510 (52) | Over 24 |
ขนาดที่มีจำหน่ายและช่วงกระแสไฟเชื่อมที่แนะนำ (AC,DC-EP หรือ DC-EN)
Wire Size (mm.) | 2.6 | 3.2 | 4.0 | 5.0 |
Length (mm.) | 350 | 350 | 400 | 400 |
Amp F&VD | 45-95 | 60-120 | 105-170 | 150-220 |
VU&OH | 45-95 | 60-125 | 100-150 | 125-190 |
ขอขอบคุณที่มาข้อมูล(บริษัท อีสเทรินโกเบ จำกัด)
โดยคุณชูเกียรติ ผาติเสนะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเหล็ก
| คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเหล็ก | |
|
บททดสอบความแข็งแรง เหล็กเฮชบีม จากของประสบการณ์จริง
| บททดสอบความแข็งแรง เหล็กเฮชบีม | |
| |
วิธีเลือกสีกันสนิมงานเหล็กง่ายๆแต่มีประสิทธิภาพ
| วิธีเลือกสีกันสนิมงานเหล็กง่ายๆแต่มีประสิทธิภาพ |
| การเลือกใช้สีกันสนิมอย่างถูกต้องและคุ้มค่า ส่วนประกอบสำคัญในการเลือกใช้สีกันสนิมสารที่ใช้เป็นส่วนประกอบควรเลือกให้เหมาะสมกับงานเช่น - สีรองพื้นกันสนิมจำพวก อีพ๊อกซี่ จะมีคุณภาพสูงความทนทานมากและทนต่อแรงเสียดทนทานขูดขีด แต่จะยุ่งยากต่อเมื่อจะทำสีทับหน้าจะต้องใช้สีพวกมีสารประกอบใกล้เคียงกันทำ ให้ต้องเพิ่มงบประมาณและยุ่งยาก เพราะสีอีพ๊อกซี่มีราคาสูงและมีส่วนผสมมาก มีขั้นตอนที่ต้องมาผสมเอง ห้ามใช้ต่างยี่ห้อผสมกันและต้องผสมให้ตามอัตราส่วนเท่านั้นห้ามปรับเปลี่ยน เด็ดขาด ถ้าไม่ชำนาญจะทำให้สีเสียได้หรือด้อยคุณภาพกันสนิมได้ไม่ดีเท่าที่ควร การใช้งาน ควรใช้งานที่ต้องการความคงทนของสี ไม่ต้องทำสีทับหน้าใหม่บ่อยๆเช่น เสาเหล็กสูงๆ สิ่งก่อสร้างใกล้ทะเล เครื่องบิน งานเหล็กที่มีราคาสูง - สีรองพื้นกันสนิมจำพวก อัลขีดเรซิ่น นิยมใช้กันมาก กันสนิมได้พอใช้ มีความยืดหยุ่นของสีดี เนื่องจากเป็นผงสีจำพวกเรดออกไซด์ ทนต่อแรงเสียดทานและขูดขีดปานกลาง (บางยี่ห้อผสมสารเพิ่มความแข็งแรงของฟิล์มสีใกล้เคียงสีอีพ๊อกซี่เลยทีเดียว) ใช้งานก็ง่าย ราคาก็มีทั้งถูกและปานกลาง ข้อสำคัญที่ควรระวังในการใช้สีประเภทนี้คือไม่ควรผสมน้ำมันมากเกินไป จนสีไม่มีสารกันสนิมคงเหลืออยู่ คือ ผสมจางเกินไป และถ้ายี่ห้อไหนให้ใช้น้ำมันสนผสม ก็ให้ใช้น้ำมันสน ถ้าให้ใช้ทินเนอร์ควรใช้ทินเนอร์เท่านั้นผสมตามอัตราส่วน ไม่ควรผสมหลายๆอย่างจะทำให้สีเสื่อมคุณภาพป้องกันสนิมได้ไม่ดีทั้งที่สีเป็น สีใหม่ การใช้งาน ใช้ได้ตั้งแต่ งานทั่วไป จนถึงงานคุณภาพปานกลาง ควรทาสีจริงทับหน้าด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเกิดสนิมให้ดียิ่งขึ้น ยังมีสีรองพื้นกันสนิมอีกมากตามประเภทของงาน แต่จะแนะนำแต่ที่นิยมใช้กันเท่านั้น เนื่องจากเหล็กมีราคาค่อนข้างสูง หลังจากทำสีกันสนิมแล้ว ควรทำให้สีรองพื้นกันสนิมมีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถป้องกันสนิมได้อย่างแท้จริง จึงควรเลือกสีกันสนิมให้ถูกและเหมาะสมกับงาน งบประมาณ ค่าแรงงาน เวลาที่ใช้ ควรทำสีตามวิธีที่ฉลากที่ผู้ผลิตกำหนด ข้อสังเกตุที่สำคัญ มีดังนี้ 1. พื้นผิวต้องเตรียมให้แห้งปราศจากสนิมหรือสีเก่าคราบน้ำมัน การทาสีหรือพ่นชั้นแรกต้องบางๆ และทาสีทับหน้าด้วย แต่ละชั้นสี ควรเว้นระยะเวลาทาทับตามที่ฉลากกำหนด ทาแห้งแล้วเรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกันหมด 2. ห้ามใช้สีต่างยี่ห้อผสมกัน เฉพาะสีรองพื้นกันสนิม ส่วนสีจริงที่ทาทับไม่ค่อยมีปัญหาต่างยี่ห้อทาทับได้ แต่อย่าผสมกันเด็ดขาด หลังจากผสมแล้วควรใช้ให้หมดในคราวเดียว ไม่ควรผสมแล้วเก็บไว้ใช้นานๆ 3. ห้ามใช้สีที่หมดอายุแล้วเพราะเคมีจะเสื่อมสภาพ ห้ามผสมสีกับส่วนผสมหรือน้ำยาผสมแตกต่าง จากผู้ผลิตกำหนด ทินเนอร์ก็มีหลาย เบอร์เลือกผสมเบอร์ให้ถูกต้อง 4. กรณีสีทับหน้าเป็นสีอ่อน เช่น สีขาว ชมพู หรือครีม ควรเลือกใช้สีรองพื้นกันสนิม-สีอ่อนด้วยเช่น สีรองพื้นกันสนิมสีเทาอ่อน เพราะ สีกันสนิมสีเข้มจะทำให้สีทับหน้าสีจริง สีอ่อนสีหมองหรือสีผิดเพี้ยนได้มาก 5. สังเกตุว่าสีรองพื้นกันสนิมจะต้องไม่ตกตะกอนนอนก้นกระป๋องมากหรือแข็ง หลังจากผสมน้ำมันจะผสมง่ายผสมเข้ากันได้เร็ว และแบรนด์ไหน ดี จะมีราคาสูง และทางบริษัท คลังเหล็กไทย เน้นจำหน่ายแต่แบรนด์คุณภาพดี ในราคาไม่แพงสมราคาเท่านั้น โดย คุณชูเกียรติ ผาติเสนะ |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



