ชื่อเหล็กคำเรียก ภาษาเทคนิกที่นิยมใช้เรียกเหล็ก


 
ชื่อเรียก 'เหล็ก' สินค้าที่นิยมใช้
 
    คำแปล คำที่ช่างและชาวบ้านเรียก มักจะใช้คำแตกต่างกันมักจะสร้างความสับสนและไม่เข้าใจภาษาเทคนิคและชื่อเรียกในบางครั้ง  ทำให้สั่งสินค้าผิดก็มี จึงได้ยกตัวอย่างคร่าวๆทั้งคำสามัญ ภาษาเทคนิค   และคำแปล คงจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ไม่รู้และขาดความเข้าใจได้บ้าง มีข้อความคำแปลใดๆ ไม่ถูกต้อง  รบกวนแนะนำ เพื่อเป็นประโยชน์แก้ผู้ไม่รู้และผู้จัดทำ ขอขอบพระคุณอย่างยิ่ง
 
คำศัพท์ชื่อเรียกทั่วไปที่ใช้เรียกเกี่ยวกับเหล็ก
 
 
รูปภาพ
 
ภาษาเทคนิค
 
ภาษาสามัญ(ไทย)
ภาษาช่าง
และทั่วไปที่นิยมเรียก  

 
CARBON STEEL PIPES
 
ท่อแป๊ปดำ
 
ท่อกลม,แป็บดำ,เหล็กหลอด,กลมดำ,ท่อดำ

 
GALVANIZED STEEL PIPES
 
ท่อเหล็กกล้าชุบสังกะสี
 
แป็บปะปา,แป็บน้ำ,แป็บสังกะสี,ปลายเกลียว,ปลายเรียบ,แป็บขาว

 
FLAT BARS STEEL
 
เหล็กแบน
 
เหล็กพืด,แบน,เหล็กแบนตัด,เส้นแบน

 
EQUAL ANGLES
 
เหล็กฉาก
 
ฉาก,เหล็กมุม

 
CHANNELS STEEL
 
เหล็กรางน้ำ
 
รางหล่อ,รางหนา,รางซี

 
C LIGHT LIP CHANNELS
 
เหล็กตัวซี
 
แปหลังคา,แปซี,โครงตัวซี

 
LIGHT GAUGE CHANNELS
 
เหล็กรางพับ
 
รางยู,รางร่อง,เหล็กพับร่อง

 
CARBON STEEL SQUARE TUBE
 
เหล็กกล่องเหลี่ยม
 
แป็บโปร่ง,กล่อง,เหล็กกล่อง,เหล็กหลอดเหลี่ยม

 
CARBON STEEL RECTANGULAR TUBE
 
เหล็กกล่องแบน
 
กล่องแบน,กล่องไม้ขีด,เหล็กกล่อง,เหล็กหลอดเหลี่ยม

 
ROUND BARS STEEL
 
เหล็กเส้นกลม
 
เหล็กกลม,เหล็กกลมตัน,เส้น?=หุน

 
DEFORMED BARS STEEL
 
เหล็กข้ออ้อย
 
เหล็กอ้อย,เหล็กบั้ง,เหล็กข้อ

 
DE FLANGE STEEL
 
เหล็กไวด์แฟรงค์
 
ตัวเฮช,เหล็กเสา,เหล็กปีก,เสาบีม

 
H-BEAM STEEL
 
เหล็กเอชบีม
 
ตัวเฮช,เสาเอช,เหล็กปีกไอ,เสาบีม

 
I-BEAM STEEL
 
เหล็กไอบีม
 
ตัวไอ,เสาบีม,เหล็กปีกไอ,เสาบีม

 
HOT ROLLED STEEL PLATE AND SHEET
 
เหล็กแผ่นดำ
 
หน้าแปลน,แผ่นเรียบ,ชีส

 
CHECKERED PLATES
 
เหล็กแผ่นลาย
 
แผ่นลาย,เหล็กลายดอก,ตีนไก่,ตีนเป็ด

โดย คุณชูเกียรติ  ผาติเสนะ

 

สูตรหาน้ำหนักเหล็กทุกขนาด

 
สูตรหาน้ำหนักเหล็ก
 
สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กเพลา,เหล็กเส้นกลม ,เหล็กข้ออ้อย
(COLD DRAWNSTEEL AND ROUNG BARS)
*** น้ำหนัก = วงนอก mm. x 0.006167 x ยาว M. *** เส้นผ่าศูนย์กลาง= 100mm
 
 
ความยาว=6 เมตร
ตัวอย่าง
*น้ำหนัก=100x100x0.006167x6= 370.02 kg
ข้อควรระวัง : ควรใช้สูตรคำนวณน้ำหนักให้ตรงกับลักษณะสินค้าเพื่อการคำนวณที่ถูกต้อง
 

 
สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแผ่นมาตรฐาน ( PLATES )
*** ขนาด 4' x 8' *** 
น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 23.36 
*** ขนาด 5' x 10' *** 
น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 36.50 
ตัวอย่าง 
เหล็กแผ่นขนาด 2.0 mm. x 5' x 10' น้ำหนัก = 2 x 36.50 = 73.00 kg. 
เหล็กแผ่นขนาด12.0 mm.x 5' x 10' น้ำหนัก = 12.0 x 36.50 = 438.00 kg.
ขนาด 5' x 20' *** 
น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 73.00
ตัวอย่าง 
เหล็กแผ่นขนาด 4.5 mm.x 5' x 20' น้ำหนัก = 4.5 x 73.00 = 328.50 kg.
เหล็กแผ่นขนาด 20.0 mm x5' x 20' น้ำหนัก = 20.0 x 73.00 = 1460.00 kg.
*** ขนาด 6' x 20' *** 
น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 87.60
ตัวอย่าง 
เหล็กแผ่นขนาด 9.0 mm.x 6' x 20' น้ำหนัก = 9.0 x 87.60 = 788.40 kg.
เหล็กแผ่นขนาด 30.0 mm. x 6' x 20' น้ำหนัก = 30.0 x 87.60 = 2628.00 kg.
*** ขนาด 8' x 20' *** 
น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 116.80
ตัวอย่าง 
เหล็กแผ่นขนาด 15.0 mm. x 8' x 20' น้ำหนัก = 15.0 x 116.80 = 1752.00 kg. 
เหล็กแผ่นขนาด 50.0 mm. x 6' x 20' น้ำหนัก = 50.0 x 116.80 = 5840.00 kg.
หมายเหตุ : ตัวคูณในการคำนวณน้ำหนักเหล็กได้จากกว้าง(ฟุต)xยาว(ฟุต)x0.73 (ความถ่วงจำเพาะของเหล็ก) 
ยกตัวอย่าง : 4' x 8 x 0.73 = 23.36 
5' x 10' x 0.73 = 36.50 
ข้อควรระวัง : ควรใช้สูตรคำนวณน้ำหนักให้ตรงกับลักษณะสินค้าเพื่อการคำนวณที่ถูกต้อง
***สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแผ่นดัดเหลี่ยม *** 

น้ำหนัก = หนา mm. x กว้าง cm. x ยาว cm. x 0.000785 
I กว้าง 32 cm I
 
ยาว 47 cm
                                หนา 9 mm 
 
ตัวอย่าง 
Weight =9x32x47x0.000785=10.626kg
 
*** สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแผ่นตัดดสามเหลี่ยม *** 
น้ำหนัก = หนา mm. x ฐาน cm. x สูง cm.÷ 2 x 0.000785
 
สูง =30cm
 ความหนา = 15 mm ฐาน = 43 cm
 
ตัวอย่าง 
น้ำหนัก= 15 x 43 x 30 ÷ 2 x 0.000785 = 7.6 kg
*** สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กตัดกลม***
น้ำหนัก = หนา mm. x รัศมี cm. x รัศมี cm. X 0.00247
 
หนา = 12 mm
 
ตัวอย่าง 
น้ำหนัก = 12 x 15 x 15 x 0.00247 = 6.67 kg.
*** สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กตัดวงแหวน ***
น้ำหนัก = ( R2 - r2 ) x หนา mm. x 0.00247
ตัวอย่าง
หนา = 22 cm
 
r = 20 cm R = 50 cm
น้ำหนัก = ( 25- 102 ) x 22 x 0.00247
= 525 X 22 X 0.00247
= 28.53 kg.
หมายเหตุ ตัวเลขเส้นผ่านศูนย์กลางต้องแปลงเป็นรัศมีก่อน หน่วยเป็น cm.
 
*** สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแบน ***
น้ำหนัก = กว้าง mm. x หนา mm. x 0.0471
ตัวอย่าง
 
ความหนา = 10 cm
กว้าง = 100 cm
น้ำหนัก = 100x1010.0471=47.1kg

***สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กฉากพับ ( COLD FORMED ANGLE) ***
น้ำหนัก = ( A + B -2 x 1 หนา mm.) x หนา mm. 0.0471
A = 50 cm
ตัวอย่าง
หนา = 6 mm
B = 75 cm
น้ำหนัก ( 50 + 75- 2 x 6 ) x 6 x 0.0471
= (125 - 12) x 6 x 0.0471
= 113 x 6 x 0.0471
= 31.93 kg.

***สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กฉากพับตัวยู(COLD FORMED CHANNEL)***
น้ำหนัก = ( A + 2 B - 4 x หนา mm. ) x หนา mm. x 0.0471
ตัวอย่าง
 
B =90 mm  
A =100 mm
น้ำหนัก = (100 + 2 x 90 - 4 x 8) x 8 x 0.0471
= (100 +180 - 32) x 8 x 0.0471
= 248 x 8 x 0.0471
= 12.058 kg.
*** สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กท่อกลม (CARBON STEEL TUBES)***
 
น้ำหนัก = (วงนอก2 mm. - วงใน 2 mm. ) x 0.006167 x ยาว x เมตร
ตัวอย่าง
วงใน =130mm 
วงนอก = 150 mm
น้ำหนัก (1502 -1302) x 0.0006167 x 6.0 = 207.21 kg. 

****สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กตัวซี( LIGHT LIP DHANNEL)*****
น้ำหนัก ( A + 2 B + 2 C ) - ( 8 x หนา mm.) x หนา mm. x 0.0471
ตัวอย่าง
B
C A
น้ำหนัก = { ( 100 + ( 2 x 50 ) + ( 2 x 20 ) - ( 8 x 2.3 ) } x 2.3 x 0.0471
= (100 + 100 + 40 - 18.4) x 2.3 x 0.0471
= 221.6 x 2.3 x 0.0471
= 24.01 kg 

รูปตัวอย่างตระแกรงไวร์เมช
*** สูตรคำนวณน้ำหนักไวร์เมช ***
*** ไวร์เมช ตา 20 ลวด 3.4 mm. *** 
น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 0.713
ตัวอย่าง 
ไวร์เมช ตา 20 2.5 M. x 50 M. x 3.4 mm. = 2.5 x 50 x 0.713 = 89.13 kg. 
ไวร์เมช ตา 20 x 3 x 25 M. x 3.4 mm. = 3 x 25 x 0.713 = 53.48 kg.
*** ไวร์เมช ตา 25 ลวด 3.4 mm. *** 
น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 0.571
ตัวอย่าง 
ไวร์เมช ตา 25 2 M. x 50 M. x 3.4 mm. = 2 mm. x 50 mm. 0571 = 57.1kg. 
ไวร์เมช ตา 20 3 M. x 25 M. x 3.4 mm. = 3 x 25 x 0.571 = 42.83 kg.
*** ไวร์เมช ตา 20 ลวด 4 mm. *** 
น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 0.987
ตัวอย่าง 
ไวร์เมช ตา 20 3 M. x 50 M. x 4 mm. = 3 x 50 x 0.987 = 148.05 kg. 
ไวร์เมช ตา 20 2 M. x 25 M. x 4 mm. = 2 x 25 x 0.987 = 49.35 kg.
*** ไวร์เมช ตา 25 ลวด 4 mm. *** 
น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 0.790
ตัวอย่าง 
ไวร์เมช ตา 20 2.5 M. x 50 M. x 4 mm. = 2.5 x 50 x 0.790 = 78.75 kg. 
ไวร์เมช ตา 20 3 M. x 25 M. x 4 mm. = 3 x 25 x 0.790 = 59.25 kg.
*** ไวร์เมช ตา 20 ลวด 6 mm. *** 
น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 2.221
ตัวอย่าง 
ไวร์เมช ตา 20 2.5 M. x 4 M. x 6 mm. = 2.5 x 4 x 2.221 = 22.21 kg. 
ไวร์เมช ตา 20 3 M. x 7 M. x 6 mm. = 3 x 7 x 2.221 = 46.64 kg.
*** ไวร์เมช ตา 25 ลวด 6 mm. *** 
น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 1.777
ตัวอย่าง 
ไวร์เมช ตา 25 2 M. x 6 M. x 6 mm. = 2 x 6 x 1.772 = 21.32 kg.
ไวร์เมช ตา 25 4 M. x 7 M. x 6 mm. = 4 x 7 x 1.777 = 49.76 kg.
น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 0.713
 

วิธีการเลือกใช้ลวดเชื่อมในงานเหล็กโครงสร้าง

  
คุณสมบัติทางกลโดยทั่วไปของเนื้อโลหะเชื่อม
 
 
วิธีเลือกใช้ลวดเชื่อมเหล็ก
 
วิธีการเลือกใช้ลวดเชื่อมในงานเหล็กโครงสร้างขนาดกลาง
 
     บทความนี้จะแนะนำถึงข้อสังเกตุง่ายๆของลวดเชื่อมที่เหมาะสำหรับ การเชื่อมโครงสร้างเหล็กบาง ๆ เหล็กแผ่นบางๆถึงหนากลางในงานสร้างหรือเรือ,รถไฟและยานพาหนะที่ทำด้วยเหล็ก เหนียว  
 
    -ข้อสังเกตุมีดังนี้ จะต้องทนต่อความชื้นได้บ้าง สังเกตุได้ง่ายถ้าโดนน้ำหรือชื้นแล้วน้ำยาหุ้มลวดไม่หลุดล่อนง่าย จนเป็นเนื้อลวดล้วน ซึ่งบางยี่ห้อทนไม่ได้เลย หลังจากชื้นแล้วสามารถเอามาอบใช้ได้อีก คือสามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน ต้องมีควันน้อย และสำคัญมี ตรามอก.49-2528ไทย รับรองมาตรฐาน( JIS D4313,AWS A5.1 E6013,TIS E43 OR11ของต่างประเทศ) ราคา ต้องไม่สูงเกินไปโดยเฉลี่ยอยู่ที่กิโลละ 48 บาท (ปี2552) ทำให้สามารถใช้เชื่อมได้ดีมากในท่าตั้ง-ลากลง ผิวรอยเชื่อมได้มีความเรียบสวยงามเป็นมันวาว เวลาหยุดเชื่อมแล้วลวดเชื่อมยืดและหดตัวได้ไม่เกิน 10 %ในขณะ ลวดร้อน ให้การอาร์ดนิ่งเรียบไม่สะดุด สะเก็ดไฟน้อย แสล็กของเหล็กร่อนหลุดได้ง่าย หลังจากเชื่อมแล้วไม่พบรอยแตก เชื่อมเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเชื่อมงานโครงสร้างขนาดเล็กและขนาด กลาง       

     ระวังสินค้าเลียนแบบที่ไม่มีมาตรฐาน ราคาจะถูก ขนาดของลวดจะไม่ได้มาตรฐาน และสีของน้ำยาเคลือบลวดเชื่อมจะแตกต่างจากของจริง และที่สำคัญช่วงเวลาเชื่อมจะรู้ได้ทันทีเพราะส่วนประกอบมีคุณภาพต่ำกว่ามากช่างจะรู้อยู่แล้วและจะขายดีกว่ายี่ห้ออื่น มาก 

 ข้อแนะนำในการใช้ที่เหมาะสม  

    1.) ไม่ควรใช้กระแสไฟเชื่อมสูงเกินกว่าที่ช่วงแนะนำ (ดังกล่าวในตารางข้างล่างหรือติดอยู่ข้างกล่องลวดเชื่อม)เนื่องจากกระแสไฟ เชื่อมไม่ถูกต้องเพียงพอแต่จะทำให้ความสามารถในการตรวจสอบเอ็กซ์เรย์ลดลง แล้ว ยังทำให้เกิดสะเก็ดไฟ เชื่อมมากเกิดรอยกัดขอบ และการปกคลุมของเหล็กไม่ดีพอ ความแข็งแรงจะลดลง  

    2.) เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ควรอบลวดเชื่อมก่อนการใช้งานที่อุณหภูมิ 70-100C เป็น เวลา 30-60 นาที การที่ลวดเชื่อมดูดซับมากเกินไปจะทำให้คุณสมบัติในการใช้งานของลวดเชื่อมต่ำลง และอาจทำให้เกิดฟองอากาศขึ้นในรอยเชื่อม  

    3.) ช่างที่ทำการเชื่อมควรมีทักษะในการเชื่อมหรือควรอบรมเพื่อเติม โดยผู้ชำนาญการงานเฉพาะประเภทนั้น 

ส่วนผสมทางเคมีโดยทั่วไปของเนื้อโลหะเชื่อม(%)
 
Si
Mn
P
S
0.09
0.28
0.39
0.011
0.014
0.08-0.09
0.28-0.30
0.37-0.39
0.011-0.012
0.010-0.014
YP
N/mm2(Kg/mm2)
TS
N/mm2(Kg/mm2)
EI
%
 
over 440 (45)
Over 510 (52)
Over 24
 
ขนาดที่มีจำหน่ายและช่วงกระแสไฟเชื่อมที่แนะนำ (AC,DC-EP หรือ DC-EN)
 
Wire Size (mm.)
2.6
3.2
4.0
5.0
Length (mm.)
350
350
400
400
Amp F&VD
45-95
60-120
105-170
150-220
VU&OH
45-95
60-125
100-150
125-190
 
 
ขอขอบคุณที่มาข้อมูล(บริษัท อีสเทรินโกเบ จำกัด)
โดยคุณชูเกียรติ ผาติเสนะ
 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเหล็ก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเหล็ก
 
 
(สนามกีฬาเหล็กใหญ่ที่สุดในโลก) 
 
เหล็กคือ  อะไร
  
        เหล็กกล้า คือ โลหะผสมของเหล็กและคาร์บอน (เปอร์เซ็นต์คาร์บอนน้อยกว่า 2 %) และมีธาตุแมงการ์นีส 1% มีปริมาณสารเจืออื่นๆอีกเล็กน้อย เช่น ซิลิกอน ฟอสฟอรัส ซัลเฟอร์ และ ออกซิเจน เหล็กกล้านับว่าเป็นวัสดุที่มีความ สำคัญต่อโลกมากมี่สุด เนื่องจากเป็นวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงเป็นส่วนประกอบของเครื่องใช้ และยานพาหนะ อีกด้วย เรียกได้ว่าสามารถนำไปใช้งานได้ทุกด้านเลยทีเดียว
 
 
( หอคอยเหล็ก.ใหญ่ที่สุดในโลก หอไอเฟล ประเทศฝรั่งเศส)
 
Mini-mill คืออะไร
 
    Mini mill คือกระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่ของเศษเหล็ก โดยการเติมเศษเหล็กเข้าไปภายในเตา EAF (Electric Arc Furnace) แล้วหล่อขึ้นรูปเพื่อให้ได้แท่งเหล็กที่สามารถนำไปใช้ในงานอื่นๆได้ต่อไป
 
 
(สะพานเหล็กใหญ่ที่สุดในโลก ที่ออสเตเรีย)

ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเหล็กทรงยาว ได้แก่ อะไรบ้าง
 
    กลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กทรงยาว ได้แก่ เหล็กเส้นกลม เหล็กข้ออ้อย เหล็กลวด เหล็กแท่งหรือเหล็กหน้าตัดกลวง ปกติแล้วเหล็กเส้นมักจะถูกนำไปใช้เป็นตัวเสริมแรงในคอนกรีต เฟืองจักร หรือ ในเครื่องมืออื่นๆ ส่วนเหล็กแท่งและเหล็กหน้าตัดกลวง มักจะถูกนำไปใช้ในงานโครงสร้าง งานก่อสร้างอาคาร เป็นต้น
 
 
(เรือเหล็กบรรทุกเครื่องบินใหญ่ที่สุดในโลกUssEnterprise) 
 
ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเหล็กแผ่น ได้แก่ อะไรบ้าง
 
    โดยปกติแล้วเหล็กแผ่นจะถูกผลิตโดยการรีดลดขนาดเพื่อให้ได้ความหนาสุดท้ายตามต้องการ เหล็กแผ่นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทตามความหนาของเหล็ก
        1) Plate products จะมีความหนาประมาณ 10 – 200 มิลลิเมตร โดยอาจนำไปใช้ในการสร้างเรือ, ในงานก่อสร้าง, ในงานเชื่อมท่อที่มีขนาดใหญ่และการประยุกต์ใช้ใน boiler
        2) Strip products สามารถผลิตได้จากการรีดร้อนหรือรีดเย็นก็ได้ ซึ่งความหนาจะอยู่ในช่วง 1 – 10 มิลลิเมตร สำหรับการใช้งานนั้นจะนำไปใช้สำหรับงานชิ้นส่วนยานยนต์ ตัวถังเครื่องซักผ้า ชิ้นส่วนอุปกรณ์อาบน้ำ กระป๋องเหล็ก อุปกรณ์ตกแต่งภายในสำนักงานต่างๆ
 
 
(รถเหล็กบรรทุกใหญ่ที่สุดในโลก )
 
ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ( Finished product ) ของเหล็กได้แก่อะไรบ้าง
 
    ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (Finished product) จะถูกผลิตมาจากขั้นตอนการผลิตเหล็กขั้นกลางโดยใช้ผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป (Semi-finished product) ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้
-  Cold-finished bars and flats (Bright bar)
-  Cold-finished sections including forged and cold-formed sections
-  Cold-rolled narrow strip
-  Cold-rolled plate and sheet in coil and lengths
-  Deformed reinforcing bars
-  Drawn wire
-  Forged bars
-  Forgings (Unworked)
-  Heavy sections, piling  and welded structure sections
-  Hot-rolled light sections
-  Hot-rolled narrow strip including universal plates
-  Hot-rolled rod in a coil (including reinforcement bar in a coil)
-  Hot-rolled wide strip, plate and sheet
-  Points, switches, crossing, tyres, wheels and axles
-  Rails and rolled accessories
-  Silicon electrical sheet and strip
-  Steel castings (Unworked)
-  Steel tubes (seamless and weld, and steel tube fittings)
-  Tinmill products
-  Zinc- and other-coated sheet and strip
เหล็กเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือไม่
เหล็ก นับว่าเป็นวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากว่ามันสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างไม่สิ้นสุด อีกทั้งในแง่ของกระบวนการผลิตเมื่อเทียบกับการผลิตวัสดุอื่นแล้วมีการใช้ พลังงานในการผลิตน้อยกว่า นอกจากนี้ตลอดช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตเหล็กก็ได้มีความตื่นตัวในเรื่องของความพยายามที่จะ ลดปริมาณมลพิษที่ปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งจากความพยายามดังกล่าวทำให้ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงไปถึง 50% เมื่อเทียบกับในช่วงปี 1960 นอกจากนี้ปริมาณฝุ่นก็ลดลงอีกด้วย
 
 
(เรือดำน้ำไต้ฝุ่น ใหญ่ที่สุดในโลก ระวางขับน้ำ 48,000 ตัน)
 
 ในแต่ละปีมีการผลิตเหล็กเป็นปริมาณเท่าใด
    ในปี 2007 ปริมาณการผลิตเหล็กดิบของโลกอยู่ที่ 1,343.5 เมตริกตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากในปี 2006 ประมาณ  7.6 %
 
เหล็กที่มีอยู่ปัจจุบันสามารถแบ่งเป็นกี่ประเภท
    เหล็กในปัจจุบันนี้มีหลากหลายเกรด กว่า 3500 เกรด ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งคุณสมบัติทางด้านกายภาพ เคมี และการทนต่อสภาพแวดล้อม  การพัฒนาคุณสมบัติของเหล็กก็มีอยู่เรื่อยๆ ปรับเปลี่ยนไปตามลักษณะการใช้งานในปัจจุบัน
 
 
(ยานและโครงการอวกาศใช้เหล็กเป็นวัสดุประกอบหลักถึง 80%ที่มีการผสมสารเพื่อเพิ่มคุณสมบัติ)
 
กระบวนการผลิตเหล็กมีขั้นตอนอย่างไร
 
    เหล็กส่วนมากสามารถผลิตได้จาก2 วิธี ได้แก่
    1.วิธีการแบบ Integrate (Blast furnace และ Basic oxygen furnace) :ใช้วัตถุดิบในการผลิตหลายอย่างได้แก่ แร่เหล็ก ถ่านหิน และ ถ่านโค้กรวมทั้งเศษเหล็กในการผลิตเหล็ก
    2.Electric arc furnace:ใช้ เศษเหล็กเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตวิธีการนี้ทำได้ง่ายกว่าวิธีการแรกเนื่อง จากใชเพียงแค่เศษเหล็กและสารเติมอื่นๆเท่านั้นก็สามารถผลิตเหล็กออกมาได้แล้ว
นอกเหนือจากสองวิธีดังกล่าวข้างต้นเหล็กยังสามารถผลิตจากกระบวนการอื่นได้อีก เช่น กระบวนการ Open hearth แต่ก็เป็นกระบวนการที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมซึ่งจากข้อมูลการผลิตเหล็กในปี 2005 65.4%ของเหล็กที่ถูกผลิตออกมาเกิดจากกระบวนการผลิตแบบผสม 31.7%เป็นการผลิตแบบ EA ส่วนกระบวนการอื่นๆมีเพียงแค่ 2.9%เท่านั้น
 
เหล็กสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้หรือไม่
 
    สามารถ นำกลับมารีไซเคิลได้และทำได้ง่ายอีกด้วยเนื่องจากเหล็กมีสมบัติเฉพาะ คือ ความเป็นแม่เหล็กทำให้สามารถแยกออกจากขยะประเภทอื่นได้ง่ายและสามารถนำกลับ มาหลอมใช้ใหม่ โดยวิธีที่เรียกว่า Electric Arc  Furnace (EAF) ซึ่งไม่ส่งผลต่อคุณสมบัติของเหล็กไม่ว่าจะนำกลับมาหลอมซ้ำกี่ครั้ง ถือได้ว่าเป็นวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้มากที่สุดในโลกเลยทีเดียว
ที่มา : 2010 Iron and Steel Institute of 
ขอขอบคุณครับ
 

บททดสอบความแข็งแรง เหล็กเฮชบีม จากของประสบการณ์จริง

บททดสอบความแข็งแรง   เหล็กเฮชบีม
 
 
บททดสอบความแข็งแรง   เหล็กเฮชบีม จากของประสบการณ์จริง 

    เมื่อเกิดเหตุการณ์ รถบรรทุก 10 ล้อ บรรทุกสินค้าน้ำหนักประมาณ 10 ตัน (10,000 กิโลกรัม) รวมเข้ากับ น้ำหนักรถ 
ประมาณ 9 ตันรวมได้ ประมาณ 19 ตัน (19,000 กิโลกรัม) เฉี่ยวชนเข้ากับ หลังคา โรงจอดรถ ขนาด  12x14 เมตร ด้วยแรงส่งของรถที่ความเร็ว ประมาณ 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยทฤษฎี และปฎิบัติ แรงxน้ำหนัก  จะเพิ่มแรงกระทำมากขึ้นอย่างมาก แต่ขอไม่กล่าวถึงการคำนวณ 
อาคารโรงรถที่ มีรถส่วนบุคคลจอดอยู่ 4 คัน น่าจะได้รับความเสียหาย มากถึงขั้นพังลงมาทั้งหมด แต่ในความจริงไม่เกิด เหตุการณ์เช่นนั้น แถมที่เกิดการเสียหายกลับเป็นรถ 10 ล้อเอง อาคารที่จอดรถเสียหายเล็กน้อยมาก เกิดอะไรขึ้นซึ่งจะกล่าวถึงรายละเอียดต่อไป 

    เหตุเกิดในวันที่ 21 มกราคม 2553 ที่เกิดเหตุ หจก.กิจรุ่งเรืองค้าเหล็ก จ.ระยอง เวลาประมาณ 15.25 น. 


    รถบรรทุก 10 ล้อ ลงสินค้าบางส่วน ที่หจก.กิจรุ่งเรืองค้าเหล็กแล้ว เหลือเหล็กหนักบนรถประมาณ 10 ตัน (10,000กิโลกรัม) วิ่งออกจากโกดังด้วยความเร็ว ประมาณ 35 กิโลเมตร ได้พุงเข้าชนกับหลังคาอาคารจอดรถอย่างแรงเกิดเสียงดังมากได้ยินไกล ถึง 1 กิโลเมตร จนรถบรรทุก 10 ล้อได้รับความเสียหายมากจนเสาโครงยึดครัชซีหลุด ในภาพ แต่โครงหลังคาอาคารที่จอดรถเกิดการเสียหาย เพียงโครงหลังคดเล็กน้อย ฝ้าหลุดล่อนบางส่วน ส่วนยึดติดกับอาคารหลุดบางส่วนแต่จะมีจุดสังเกตุทีหน้าสนใจคืออาคารที่จอดรถ นี้ใช้เสาที่เป็นเหล็กเฮชบีม (h-beam) ขนาดเล็ก คือ 100x100x6x8 mm ระยะห่างระหว่าง แต่ละต้นเสาอยุ่ที่ 2.7เมตร-3เมตร
 
  
 
  
 
    เสาเหล็กเฮชบีม (H-beam)ที่เป็นเสารับน้ำหนักหลักนี้ ผ่านการใช้งานมาแล้วถึง 10 ปี เดิมใช้เป็นเสาชั้นลอยเก็บสินค้า จำพวกตาข่ายรับน้ำหนัก ประมาณ 4 ตันต่อตารางเมตร ประมาณ 5 ปี ภายหลังจึงได้รื้ออกมาทำเป็นเสารับน้ำหนัก อาคารที่จอดรถแทนจะมีการรับ น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 1.3ตันต่อเมตร จากการสำรวจของประกันภัยรถยนต์และวิศวกรของทางกิจรุ่งเรืองเองปรากฎว่า เหล็กโครงหลังคาตัวซี ขนาด  200x75x25x3.2mm เกิดการคดชำรุดเกิดแรงดึง ทำให้โครงหลังคาที่ยึดฝากกับอาคารหลุดแต่สามารถทำการซ่อมได้โดยไม่ต้อง เปลี่ยนโครงเหล็กไม่มีการฉีกขาดของเหล็กในโครงสร้างเลยแม้จะเป็นจุดเล็กน้อย ก็ตาม ที่แปลกแต่จริงและพิสูตรได้คือ เสาเหล็กเฮชบีม(H-BEAM) ยังคงยึดแน่นไม่ขยับเลยเหมือนไม่มีการเฉี่ยวชน
  
ในส่วนของรถ บรรทุกเองเกิดการฉีก ขาดของเหล็กรางน้ำขนาด 180mm และเหล็กแผ่นลายขนาด 5mm ชำรุดแบบขาดยกแผ่นพื้นประกอบกับเหล็กครัชซีแตกหักเสียหาย ท่อเหล็กยึดขาดจนทุกส่วนไม่สามารถซ่อมได้ต้องเปลี่ยนหลายรายการ 

จากการวิเศราะห์ของวิศวกรและทางช่าง ผู้สร้าง รวมทั้งบริษัทประกันภัยรวมทั้งประสบการณ์ของทางกิจรุ่งเรืองเอง ทั้งสามฝ่ายล้วนลงความเห็นว่า สาเหตุที่โครงสร้างของอาคารโรงจอดรถเสียหายน้อยจนแทบไมน่าเชื่อมาจากเสา เหล็กเฮชบีมขนาดเล็ก 100x100x6x8mm นั่นเองจากรูปถ่ายรวมทั้งการตรวจสอบรอยเชื่อมอย่างละเอียดแล้วมีเพียง รอยปูนที่อยู่รอบเสาที่มีการแตกร้าวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เสาเหล็กไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใดแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า   เสา เหล็กเฮชบีม(H-BEAM)ไม่ได้รับความเสียหายไม่มีการเสียรูปบิดคดงอให้ตรวจสอบ เลย พุกยึดปูนของเสาทุกเสาทุกต้นยังแข็งแรงเหมือนเพิ่งจะติดตั้งเข้าไป
 
 
    นี่คือบทพิสูตรที่ชัดเจนพร้อมกับความั่นใจของเสาเหล็กเฮชบีมแม้จะเป็นเสา เหล็กที่มีขนาดเล็ก100x100x6x8 mm เล็กที่สุดในไซด์ที่มีการผลิต และใช้งานมาแล้วถึง 10 ปี ยังแข็งแรงขนาดนี้และถ้าเป็นขนาดไซด์ใหญ่ความมั่นคงแข็งแรงจะมากขนาดไหน
 
  
 
 

 

 

วิธีเลือกสีกันสนิมงานเหล็กง่ายๆแต่มีประสิทธิภาพ

วิธีเลือกสีกันสนิมงานเหล็กง่ายๆแต่มีประสิทธิภาพ
 
การเลือกใช้สีกันสนิมอย่างถูกต้องและคุ้มค่า  

    ส่วนประกอบสำคัญในการเลือกใช้สีกันสนิมสารที่ใช้เป็นส่วนประกอบควรเลือกให้เหมาะสมกับงานเช่น 
 
 
  - สีรองพื้นกันสนิมจำพวก อีพ๊อกซี่ จะมีคุณภาพสูงความทนทานมากและทนต่อแรงเสียดทนทานขูดขีด แต่จะยุ่งยากต่อเมื่อจะทำสีทับหน้าจะต้องใช้สีพวกมีสารประกอบใกล้เคียงกันทำ ให้ต้องเพิ่มงบประมาณและยุ่งยาก เพราะสีอีพ๊อกซี่มีราคาสูงและมีส่วนผสมมาก มีขั้นตอนที่ต้องมาผสมเอง ห้ามใช้ต่างยี่ห้อผสมกันและต้องผสมให้ตามอัตราส่วนเท่านั้นห้ามปรับเปลี่ยน เด็ดขาด ถ้าไม่ชำนาญจะทำให้สีเสียได้หรือด้อยคุณภาพกันสนิมได้ไม่ดีเท่าที่ควร การใช้งาน ควรใช้งานที่ต้องการความคงทนของสี ไม่ต้องทำสีทับหน้าใหม่บ่อยๆเช่น เสาเหล็กสูงๆ สิ่งก่อสร้างใกล้ทะเล เครื่องบิน งานเหล็กที่มีราคาสูง
 
 
 
    - สีรองพื้นกันสนิมจำพวก อัลขีดเรซิ่น นิยมใช้กันมาก กันสนิมได้พอใช้ มีความยืดหยุ่นของสีดี เนื่องจากเป็นผงสีจำพวกเรดออกไซด์ 
ทนต่อแรงเสียดทานและขูดขีดปานกลาง (บางยี่ห้อผสมสารเพิ่มความแข็งแรงของฟิล์มสีใกล้เคียงสีอีพ๊อกซี่เลยทีเดียว) ใช้งานก็ง่าย ราคาก็มีทั้งถูกและปานกลาง ข้อสำคัญที่ควรระวังในการใช้สีประเภทนี้คือไม่ควรผสมน้ำมันมากเกินไป จนสีไม่มีสารกันสนิมคงเหลืออยู่
คือ ผสมจางเกินไป และถ้ายี่ห้อไหนให้ใช้น้ำมันสนผสม ก็ให้ใช้น้ำมันสน ถ้าให้ใช้ทินเนอร์ควรใช้ทินเนอร์เท่านั้นผสมตามอัตราส่วน 
ไม่ควรผสมหลายๆอย่างจะทำให้สีเสื่อมคุณภาพป้องกันสนิมได้ไม่ดีทั้งที่สีเป็น สีใหม่ การใช้งาน ใช้ได้ตั้งแต่ งานทั่วไป จนถึงงานคุณภาพปานกลาง ควรทาสีจริงทับหน้าด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเกิดสนิมให้ดียิ่งขึ้น
 

     - สีรองพื้นกันสนิมเรดเลด สีประเภทนี้สนิมประเภทนี้มีการผสมสารกันสนิมประเภท ตะกั่วและดีบุกบางเกรดในรูปของสารละลายทำให้มีความคงทนต่อสนิมได้มากขึ้นใน ขณะที่มีการผสมของสารเพิ่มคุณภาพอื่นอีกด้วย เช่นสาร ต่อต้านการเกิดสนิม ผงสีชนิดเรดเลดสีส้ม สารเพิ่มความแข็งแรงของฟิล์มสี สารเพิ่มการยึดเกาะของสี ทำให้สีรองพื้นกันสนิมชนิดนี้ มีประสิทธิภาพที่ดี นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรม งานทางจักรกล งานโครงสร้างขนาดใหญ่ สารผสมไม่ยุ่งยากมากไปนัก สามารถป้องกันการเกิดสนิม ได้ดีเยี่ยม และมีราคาปานกลางจนถึงสูงในบางยี่ห้อ  

    ยังมีสีรองพื้นกันสนิมอีกมากตามประเภทของงาน แต่จะแนะนำแต่ที่นิยมใช้กันเท่านั้น เนื่องจากเหล็กมีราคาค่อนข้างสูง หลังจากทำสีกันสนิมแล้ว ควรทำให้สีรองพื้นกันสนิมมีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถป้องกันสนิมได้อย่างแท้จริง จึงควรเลือกสีกันสนิมให้ถูกและเหมาะสมกับงาน งบประมาณ ค่าแรงงาน เวลาที่ใช้ ควรทำสีตามวิธีที่ฉลากที่ผู้ผลิตกำหนด ข้อสังเกตุที่สำคัญ มีดังนี้  

    1. พื้นผิวต้องเตรียมให้แห้งปราศจากสนิมหรือสีเก่าคราบน้ำมัน การทาสีหรือพ่นชั้นแรกต้องบางๆ และทาสีทับหน้าด้วย แต่ละชั้นสี     ควรเว้นระยะเวลาทาทับตามที่ฉลากกำหนด ทาแห้งแล้วเรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกันหมด   
 2. ห้ามใช้สีต่างยี่ห้อผสมกัน เฉพาะสีรองพื้นกันสนิม ส่วนสีจริงที่ทาทับไม่ค่อยมีปัญหาต่างยี่ห้อทาทับได้ แต่อย่าผสมกันเด็ดขาด     หลังจากผสมแล้วควรใช้ให้หมดในคราวเดียว ไม่ควรผสมแล้วเก็บไว้ใช้นานๆ   
3. ห้ามใช้สีที่หมดอายุแล้วเพราะเคมีจะเสื่อมสภาพ ห้ามผสมสีกับส่วนผสมหรือน้ำยาผสมแตกต่าง จากผู้ผลิตกำหนด ทินเนอร์ก็มีหลาย    เบอร์เลือกผสมเบอร์ให้ถูกต้อง   
4. กรณีสีทับหน้าเป็นสีอ่อน เช่น สีขาว ชมพู หรือครีม ควรเลือกใช้สีรองพื้นกันสนิม-สีอ่อนด้วยเช่น สีรองพื้นกันสนิมสีเทาอ่อน เพราะ    สีกันสนิมสีเข้มจะทำให้สีทับหน้าสีจริง สีอ่อนสีหมองหรือสีผิดเพี้ยนได้มาก   
 5. สังเกตุว่าสีรองพื้นกันสนิมจะต้องไม่ตกตะกอนนอนก้นกระป๋องมากหรือแข็ง หลังจากผสมน้ำมันจะผสมง่ายผสมเข้ากันได้เร็ว     และแบรนด์ไหน ดี จะมีราคาสูง และทางบริษัท คลังเหล็กไทย เน้นจำหน่ายแต่แบรนด์คุณภาพดี ในราคาไม่แพงสมราคาเท่านั้น  
โดย คุณชูเกียรติ ผาติเสนะ

ดู VDO สาธิตวิธีส่งสินค้า

https://youtu.be/fnVOHTwZDFc